ประเพณ๊ดำหัวปีใหม่

ประเพณีตานข้าวใหม่

ประเพณีตานก๋วยสลาก

ประเพณียี่เป็ง

ประเพณีปอยหลวง

 

 

ประเพณีปอยหลวง

 

 

คำว่า “ ปอย ” มาจากคำว่า ปเวณี หมายถึง งานฉลองรื่นเริง หรืองานเทศกาลที่จัดขึ้ส่วนคำว่า “ หลวง ”
หมายถึง ยิ่งใหญ่ ดังนั้น คำว่า “ ปอยหลวง ” จึงหมายถึง งานฉลองที่ยิ่งใหญ่ หรือ งานฉลองที่ใหญ
่โตมากซึ่งจะเป็นการฉลองถาวรวัตถุของวัด หรือ ลองสิ่งก่อสร้างที่ประชาชนช่วยกันทำขึ้นเพื่อประโยชน์
แก่สาธารณประเพณีปอยหลวงมักจัดขึ้นในช่วงเวลาจากเดือน ๕ จนถึงเดือน ๗ เหนือ (ตรงกับเดือน
กุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน หรือ เดือนพฤษภาคมของทุกปี) ระยะเวลาประมาณ ๓-๗ วันประเพณีงาน
ปอยหลวงเป็นงานทำบุญเพื่อเฉลิมฉลองศาสนสมบัติต่าง ๆ เพื่อให้เกิดอานิสงส์แก่ตนและครอบครัว
ถือว่าได้ บุญกุศลแรงมาก นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องแสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียวของคณะสงฆ์และ
ชาวบ้านด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ การทำบุญปอยหลวงที่นิยมทำกันคือทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่
ปู่ย่าตายาย หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วก็ได้ สิ่งสำคัญที่ได้จากการทำบุญงานปอยหลวงอีกอย่างหนึ่ง
ก็คือการแสดงความชื่นชม ยินดีร่วมกันเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่คนในท้องถิ่นโดยการจัด
มหรสพสมโภชเพราะหนึ่งปีถึง จะได้มีโอกาสได้เฉลิมฉลองถาวรวัตถุต่างๆ ได้ หรือบางแห่งอาจใช้เวลา
หลายปีเพราะสิ่งปลูกสร้างบางอย่างใช้เวลาสร้างนานมาก สิ้นเปลืองเงินทองมหาศาล จะต้องรอให้สร้าง
เสร็จและมีเงินจึงจะจัดงานเฉลิมฉลองเป็นงานปอยหลวงขึ้นมาได้การที่เรียกว่า ปอยหลวง เพราะเป็นงาน
ใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลเป็นจำนวนมาก มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทาง ศาสนาและด้านมหรสพ
เพื่อความบันเทิง ทั้งยังต้องจัดการอำนวยความสะดวกด้านบริการแก่แขกต่างหมู่บ้านซึ่งจะมีทั้งสมณะและ
ฆราวาสทุกเพศทุกวัย ทางวัดและศรัทธาเจ้าภาพต้องดูแลให้ทั่วถึง ในการเตรียมงานอันดับแรกต้องมีการ
ประชุม ปรึกษาหารือระหว่างทางวัดและคณะกรรมการหมู่บ้านฝ่ายต่าง ๆ เพื่อแบ่งสรร หน้าที่กัน นับตั้งแต
่เรื่องการพิมพ์ฎีกาแผ่กุศล งานส่วนใหญ่จะจัดเป็นหมวดหรือกลุ่มเพื่อให้ดำเนินการได้โดยสะดวก เช่น กลุ่ม
พ่อบ้านมีหน้าที่ทางด้านจัดสถานที่ ติดต่อประสานงานกับชุมชนอื่น กลุ่มแม่บ้านมีหน้าที่ด้านอาหารการกิน
ที่จะใช้เลี้ยงพระสงฆ์ตลอดจนแขกเหรื่อที่จะมาร่วมงานในแต่ละวัน กลุ่มหนุ่มสาวอาจมีหน้าที่บริการยก
ข้าวน้ำมาเลี้ยงแขก และอาจรวมถึงการติดต่อมหรสพที่จะมาเล่นในงานครั้งนั้น ฝ่ายกลุ่ม ผู้เฒ่าชายส่วน ใหญ่ก็จะได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ด้านศาสนพิธีและการต้อนรับแขกเหรื่อที่จะมาทำบุญร่วมกัน และกลุ่ม
ผู้เฒ่าหญิงก็มีหน้าที่แต่งดาเครื่องไทยทาน ของใช้ที่จะใช้ในพิธีทางศาสนาสำหรับหญิงสาวจะได้รับการ
ฝึกหัดให้เป็นช่างฟ้อนเพื่อฟ้อนรับครัวทานหรือไทยทานที่จะแห่เข้าสู่วัดในวันงาน

 

ก่อนที่จะมีงานปอยหลวงนั้น จะมีการตาน(ทาน)ตุง และช่อ (ธงสามเหลี่ยม) เสียก่อน ตุงนี้จะเป็นผืนผ้าที่
ถักทอด้วยด้ายซึ่งอาจมีการประดับด้วยดิ้นสีเงิน สีทอง หรือสีอื่นๆ ที่สวยงาม บางผืนอาจทอเป็นรูป ปีนักษัตร
ที่ตนเกิด ความยาวของตุงประมาณ๓-๔ วา และมีความกว้างประมาณ ๑ ใน ๑๖ ของความยาวตุง แล้วจะ
นำตุงไปปักเรียงรายกันไว้ตามถนนหนทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนช่อหรือธงสามเหลี่ยมซึ่งหากใช้เป็นการชั่วคราว
ก็จะตัดด้วยกระดาษ มีความยาวขนาดประมาณ ๑ ศอก กว้างประมาณ ๑ คืบ ก็ถวายทานพร้อมกับการตุง
การถวายทานจะทำกันในพระวิหาร พร้อมกับการตักบาตรทำบุญโดยปกติในวันศีล หรือวันธรรมสวนะ ก่อน
ที่จะถึงวันงานปอยหลวง ดังนั้นตุงที่ เรียงรายสลับกันอย่างสวยงามสองข้างทางจะเป็นสัญลักษณ์ให้คน
ที่สัญจรผ่านไปมาได้ทราบว่าวัดแห่งนั้นกำลังจะมี ปอยหลวง นอกจากจะมีการทานตุงผ้าแล้ว ทางวัดอาจ
จะจัดทำธงชาติและธงธรรมจักรอันเป็นสัญลักษณ์ของชาติและพระพุทธศาสนา ปักตลอดแนวตามบริเวณ
หน้าวัด หรือทางเข้าวัดทุกด้าน ก่อนงานปอยหลวง ๑ วันเรียกว่า วันดา ชาวบ้านจะนำสิ่งของที่ซื้อไว้ไป
รวมกันที่วัด เรียกว่า รวมครัว โดยตกแต่งประดิษฐ์ประดอยให้สวยงาม ตามแต่จะคิดขึ้น เรียกสิ่งที่ตก
แต่งนี้ว่า ครัวทาน หรือ คัวตาน เพื่อแห่ไปยังวัดที่จะจัดงานปอยหลวง ในตอนเย็นวันเดียวกันก็จะนิมนต์
พระอุปคุต (ก้อนหิน) จากท่าน้ำใกล้วัด โดยอัญเชิญมาไว้ที่หออุปคุต ซึ่งมีลักษณะเหมือนศาลเพียงตา
พร้อมเสื่อหมอน น้ำต้น (คนโท) ขันดอกไม้ ธูปเทียน การนำก้อนหินซึ่งสมมติเป็นพระอุปคุตมาจากแม่น้ำ
เพราะมีความเชื่อว่าพระอุปคุตสามารถปกป้องคุ้มครองให้งานสำเร็จราบรื่น ปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ พระอุปคุตนี้เมื่อเสร็จงานแล้วต้องนิมนต์ท่านกลับไปอยู่ที่กลางน้ำเหมือนเดิมเมื่อถึงวันงานบุญปอยหลวง ในวันแรกจะเป็นครัวทานหรือเครื่องไทยทานของชาวบ้านที่เป็นศรัทธาของวัดที่มีงานแห่ปอยหลวงเข้าวัด
ก่อน ส่วนวันต่อไปก็จะมีคณะศรัทธาหัววัดต่างๆ จัดขบวนแห่เครื่องไทยทานมาจากวัดของตนเองไปร่วม
ทำบุญงานปอยหลวงด้วย ขบวนแห่ครัวทานมักจะมีสาวงามฟ้อนเล็บนำขบวนด้วย ชาวเหนือถือว่าหากใคร
ได้ฟ้อนนำครัวทานเข้าวัดแล้วจะได้อานิสงส์มาก เกิดไปในภายหน้าจะมีรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งขึ้นเมื่อขบวน
แห่ครัวทานเข้ามาในวัดแล้วจะมีการเลี้ยงดูแขกที่มาจากต่างบ้าน การเลี้ยงอาหารชาวบ้านจะทำหลังเวลา
ถวายเพลพระภิกษุสามเณร ส่วนครัวทานที่แห่มาถึงวัดในช่วงบ่ายเจ้าภาพก็จะมีการเลี้ยงของว่าง และน้ำดื่ม
มีหมาก เมี่ยง บุหรี่ เจ้าภาพจะจัดเตรียมไว้ทุกๆ วันจนกว่าจะเสร็จงานส่วนคณะสงฆ์ที่เดินทางมายังวัดของ
เจ้าภาพ ทางวัดจะเตรียมการต้อนรับให้เป็นพิเศษ เรียกว่า "เกณฑ์รับหัววัด" เมื่อบอกบุญไปกี่วัดก็เตรียมของ
ไว้ต้อนรับเท่านั้น รวมทั้งพระสงฆ์ที่นิมนต์มาทำพิธีสวดเบิกในวันสุดท้ายด้วย เมื่อคณะศรัทธาหัววัดต่างๆมา
ถวายเครื่องไทยทาน พระสงฆ์ที่คอยต้อนรับจะให้ศีลให้พรตามธรรมเนียม พระที่จะให้ศีลนั้นควรเป็นพระ ที่อาวุโสที่สุดหรือพระที่ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสวันสุดท้ายของงานจะมีความสนุกสนานเป็นพิเศษ บางแห่ง
คณะศรัทธาของแต่ละบ้านนำครัวทานของตนที่จัดขึ้นหรือรวมกลุ่มกัน จัดเครื่องครัวทานแล้วนำไปถวายวัด
คณะสงฆ์จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์และมีการสวด อบรมสมโภช หรือสวดเบิก ซึ่งเป็นการสวดที่ไพเราะน่าฟัง
มาก ยังมีการเทศน์บอกกล่าวถึงอานิสงส์ของการก่อสร้างอีกด้วย ในวันรุ่งขึ้นก็มีการทำบุญตักบาตรถวาย
ภัตตาหารแด่พระภิกษุ สามเณร มีอาจารย์วัด (มัคนายก) กล่าวถวายสิ่งปลูกสร้างที่ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างมา
เสร็จแล้วก็ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่มาร่วมพิธี พระสงฆ์ให้ศีลให้พรแด่คณะศรัทธาที่มาร่วมงานก็เป็น อันเสร็จพิธีทำบุญปอยหลวงงานบุญปอยหลวงเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพทางสังคม
หลายประการ นับตั้งแต่ชาวบ้านได้มาทำบุญร่วมกัน ร่วมกันจัดงานทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน งาน
ทำบุญปอยหลวงยังเป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสืบทอดประเพณี
ที่เคยปฏิบัติกันมาครั้งแต่บรรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสังคม